Home design

รู้จัก BTU เครื่องปรับอากาศ ตัวช่วยเลือกขนาดแอร์ให้เหมาะสมกับห้อง

ก่อนติดแอร์ควรรู้ BTU คืออะไร?

อากาศประเทศไทยถึงแม้จะกล่าวว่ามีทั้งหมด 3 ฤดู แต่เท่าที่สัมผัสมีแต่ร้อน ร้อนมาก และร้อนมากมากที่ถือเป็นสามฤดูกาลหลักของประเทศไทย จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดแทบจะตลอดทั้งปี ทำให้เครื่องปรับอากาศกลายมาเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้ภายในบ้าน แต่ก่อนจะติดตั้งเครื่องปรับอากาศควรรู้การคำนวณหาค่า BTU กันก่อน

ค่า BTU คืออะไร? สำคัญแค่ไหน?

ค่า BTU หรือค่า British Thermal Unit เป็นค่าที่ใช้สำหรับวัดปริมาณความร้อนที่แอร์สามารถทำให้น้ำปริมาตร 1 ปอนด์เพิ่มหรือลดอุณหภูมิ 1 องศาฟาเรนไฮด์ ว่าง่าย ๆ BTU ก็คือหน่วยของแอร์ที่จะดึงความร้อนออกมาและทำให้ห้องเย็นได้เท่าไรในหนึ่งชั่วโมง เช่น แอร์ขนาด 9000 BTU หมายความว่าแอร์จะสามารถทำให้ห้องเย็นได้ 9000 BTU ใน 1 ชั่วโมง

หลังจากรู้ค่า BTU แล้ว คำถามต่อมาคือแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละพื้นที่ควรเลือกแอร์ที่ BTU เท่าไร ซึ่งจริง ๆ แล้วค่า BTU มีสูตรในการคิดคำนวณ คือ พื้นที่ห้อง x ตัวแปรภายในห้อง

พื้นที่ห้อง คือ ความยาว x ความกว้างของห้องนั่นเอง แต่หากห้องมีฝ้าเพดานที่สูงมากกว่าห้องทั่วไปให้ใช้สูตร กว้าง x ยาว x สูง เพื่อหาพื้นที่ห้องแทน

ตัวแปรภายในห้อง คือ ปัจจัยที่ทำให้ห้องมีความร้อนมากกว่าปกติ กล่าวคือ หากห้องที่มีปัจจัยที่ทำให้ห้องร้อนมาก ห้องจะมีค่าตัวแปรสูง แต่หากมีสิ่งที่ทำให้ห้องร้อนไม่มาก ห้องก็จะมีค่าตัวแปรต่ำ ค่าตัวแปรที่สำคัญมีดังนี้

  • 700-800 จะใช้กับห้องที่ไม่โดนแดดตลอดทั้งวัน เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องน้อย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
  • 900-1000 ห้องที่โดนแดดเป็นเวลานาน มีเครื่อใช้ไฟฟ้ามาก ตั้งทางทิศตะวันออก
  • 1100-1500 สำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่ มีผู้คนเข้าออกตลอดทั้งวัน มีเครื่องใช้ไฟฟ้าสำนักงาน

เมื่อรู้วิธีคำนวณค่า BTU แล้วจะง่ายต่อการหาขนาดเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับห้อง โดยห้องที่มี BTU พอเหมาะจะช่วยให้การทำงานของแอร์มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

แอร์ริมผนัง
เครื่องปรับอากาศภายในบ้านทำให้บ้านไม่ร้อน

ห้องต่าง ๆ ในบ้านควรใช้แอร์ BTU เท่าไร?

หลายคนอาจจะไม่อยากคำนวณค่า BTU เอง เพราะกลัวจะคำนวณผิด ซึ่งจริง ๆ แล้วสามารถให้ช่างที่ชำนาญเรื่องการติดตั้งหรือชำนาญเรื่องแอร์แนะนำได้ แต่เพื่อป้องกันการโดนหลอกขายเครื่องปรับอากาศที่เกินความต้องการของแต่ละห้อง ควรรู้ความน่าจะเป็นในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศบ้าง เช่น

ห้องนอน

โดยปกติห้องนอนจะเป็นห้องที่ใช้ประโยชน์ในเวลากลางคืน แดดไม่ค่อยส่องถึง อาจจะมีการปิดม่านเป็นส่วนใหญ่ เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่น้อย ห้องนอนจึงใช้ค่าตัวแปรประมาณ 700-800 เลือกเครื่องปรับอากาศตามขนาดห้อง ดังนี้

  • 9 – 15 ตร.ม. ใช้แอร์ 9000 BTU
  • 12 – 20 ตร.ม. ใช้แอร์ 12000 BTU
  • 15 – 25 ตร.ม. ใช้แอร์ 15000 BTU

ห้องนั่งเล่น

การจัดห้องนั่งเล่นมักจะเป็นห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก พื้นที่โล่งสบาย แต่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างโทรทัศน์ รวมถึงมักจะเป็นห้องที่แสงส่องถึง ค่าตัวแปรจะอยู่ที่ประมาณ 800-900 คิดตามขนาดห้องจะได้แอร์ดังนี้

  • 8 – 11 ตร.ม. ใช้แอร์ 9000 BTU
  • 10 – 15 ตร.ม. ใช้แอร์ 12000 BTU
  • 13 – 19 ตร.ม. ใช้แอร์ 15000 BTU

ห้องทำงาน

การจัดห้องทำงานจะเป็นห้องที่มีคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค รวมถึงทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อความสะดวกในการทำงาน ห้องทำงานจึงมักใช้หลักการเดียวกับห้องรับแขก ดังนี้

  • 8 – 11 ตร.ม. ใช้แอร์ 9000 BTU
  • 10 – 15 ตร.ม. ใช้แอร์ 12000 BTU
  • 13 – 19 ตร.ม. ใช้แอร์ 15000 BTU

การเลือกแอร์ให้ตรงกับ BTU ที่ต้องใช้ทำให้บ้านเย็นเร็วและกินไฟน้อยลง หากเลือก BTU ที่มากเกินไปจะทำให้ห้องเย็นเกินไปและคอมเพรสเซอร์ตัดบ่อยเพราะความร้อน ขณะที่หากเลือกน้อยกว่าห้องจะร้อนแม้จะเปิดแอร์

นอกจากเรื่อง BTU ที่ต้องคำนึงถึงแล้ว การเลือกแอร์ที่มีประสิทธิภาพในการทำความเย็น กินไฟน้อย และช่วยดูดความชื้นจะช่วยให้การซื้อแอร์คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น แนะนำเครื่องปรับอากาศ LG Dual Inverter ที่ช่วยให้ความเย็นแบบเต็มพิกัดและกำจัดสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการใช้งานมาก

เครื่องปรับอากาศ LG Dual Cool
เครื่องปรับอากาศ LG Dual Cool

LEAVE A RESPONSE

Your email address will not be published. Required fields are marked *